วันจันทร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554

 สูตรขนมหวานไทย : ทับทิมกรอบ 

ทับทิมกรอบ

* แห้ว 800 กรัม
  (ล้าง, ปอกเปลือกและหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า)
* กะทิ 2 1/2 ถ้วยตวง
* เกลือป่น 2 ช้อนชา
* น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
* น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
* น้ำหวานแดง 1 1/2 ถ้วยตวง
* แป้งมัน 500 กรัม
* ขนุนฉีกเป็นฝอย, เมล็ดข้าวโพดสุก
   (สำหรับ โรยหน้า จะมีหรือไม่มีก็ได้)

วิธีทำทีละขั้นตอน
1. นำแห้วที่หั่นเสร็จแล้วไปแช่ในน้ำแดงประมาณ 15 นาที จากนั้นจึงนำออกมาสะเด็ดน้ำ
2. นำแห้วที่แช่ในน้ำแดงไปคลุกในแป้งมันให้ติดผิว ค่อยๆคลุกให้ติดทั่วผิวแห้วทั้งหมด จากนั้น จึงนำไปต้มในน้ำเดือดจนสุกจึงนำออกมาแช่น้ำเย็น (วิธีสังเกตุ : แห้วสุกแล้วจะลอยขึ้นเหนือน้ำ)
3. เตรียมทำน้ำเชื่อม โดยผสมน้ำตาลกับน้ำและนำไปต้มจนเดือด คนจนส่วนผสมทั้งหมดละลายดี แล้วจึงปิดไฟ
4. นำกะทิและเกลือไปใส่ในหม้อขนาดเล็ก และนำไปตั้งบนไฟอ่อนจนส่วนผสมละลายเข้ากันดี จึงปิดไฟ
5. นำเมล็ดทับทิม ไปใส่ในถ้วยเสริฟ โรยหน้าด้วยเกล็ดน้ำแข็ง ราดด้วยน้ำเชื่อม,น้ำกะทิ, ขนุนฝอยและข้าวโพด (ถ้าต้องการ) เสริฟทันทีเป็นอาหารว่าง คลายร้อนในวันสบายๆ
เกร็ด ความรู้วิทยาศาสตร์น่ารู้
เพราะอะไรบีบไข่ไก่จึงไม่แตก?
        การที่เราใช้มือเพียงข้างเดียวบีบไข่ไก่แม้จะออกกำลังบีบ มากมายสักเพียงใด
ก็ยากที่จะบีบไข่ไก่ให้แตกได้ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าลักษณะของไข่ไก่เป็น รูปกลมรี ขณะที่เอาไข่ไก่วางไว้ในอุ้งมือและออกแรงบีบนั้นแรงบีบที่เปลือกไข่จะถูก เฉลี่ยให้
เท่ากันทั้งฟองเมื่อแรงบีบเท่ากันทั้งฟองจึงไม่สามารถทำให้ไข่แตกได้ เปลือก ไข่จึง
ไม่แตก
 
เพราะอะไรจึงไม่ สามารถขี่จักรยานบนพื้นทราย?
        ถ้าใครคิด อยากจะขี่รถจักรยานบนพื้นทรายถึงแม้จะมีกำลังแข็งแรงสักเพียงใด
ก็ไม่สามารถทำได้เพราะพื้นทรายบริเวณหาดทรายชายทะเล จะมีทรายหนามากจน
ทำให้เกิดแรงเสียดทานต้านล้อรถที่จะหมุนไปบนผิวทราย ทำให้ล้อรถไม่สามารถ
เคลื่อนที่ไปข้างหน้าเมื่อล้อรถฝังลึกในพื้นทรายแล้ว ถึงแม้เราจะมีกำลังแข็งแรงสัก
เท่าไร ก็ไม่สามารถที่จะขี่จักรยานให้เคลื่อนที่ได้เลย
 
ทำไมท้องเรือเดินทะเลช่วงล่าง จึงทาสีแดง?
        ในท้องทะเล จะมีสัตว์น้ำประเภทหอยที่มีเปลือกแข็งคอยเกาะติดท้องเรือเดิน
ทะเลช่วงล่างด้านนอกถ้ามันเกาะกันเป็นจำนวนมาก จะทำให้น้ำหนักเรือเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นอันตรายต่อเรือนอกจากนี้ยังทำให้ท้องเรือด้านนอกไม่เรียบเกิดแรง เสียดทาน
ขณะเดินเรือทำให้ความเร็วของเรือลดลง เพื่อป้องกันสัตว์น้ำประเภทหอยมาเกาะ จึงนิยมทาสีที่พวกมันคิดว่าเป็นสารพิษไว้ที่ท้องเรือและสารพิษเหล่านั้นมัก จะมีสีแดง
 
พราะเหตุใดน้ำแข็งจึงลอยอยู่ บนน้ำได้?
        น้ำแข็งมี ความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ มีน้ำหนักเบากว่าน้ำ จึงสามารถลอยอยู่บน
น้ำได้  การเปรียบเทียบน้ำหนักของน้ำและน้ำแข็งจะต้อง เปรียบเทียบในจำนวน
ปริมาตรที่เท่ากัน  น้ำ 1 ลบ.ซม.มีน้ำหนัก 1 กรัมแต่น้ำแข็ง 1 ลบ.ซม.จะหนักเพียง 0.9 กรัม แสดงว่าน้ำแข็งเบากว่าน้ำ ดังนั้นน้ำแข็งจึงสามารถลอยอยู่บนน้ำได้

ความร้อนของแสงอาทิตย์มาจากไหน?
        ผิวด้านนอก ของดวงอาทิตย์มีอุณหภูมิสูงถึง 6,000 องศาเซลเซียล ส่วนใจกลาง ของดวงอาทิตย์จะมีอุณหภูมิสูงกว่า 15,000,000 องศา ดวงอาทิตย์มีไฮโดรเจนเป็น
เชื้อเพลิง 3/4 ของปริมาตรดวงอาทิตย์ขณะที่ไฮโดรเจนเผาไหม้ Atomic Nucleus ใน ตัวจะปล่อยพลังความร้อนและแสงสว่างออกมาเพิ่มจำนวนมากพร้อมกันนั้นก็จะ
เกิดการเปลี่ยนแปลงธาตุ เป็นแหล่งพลังความร้อนและแสงสว่างที่ดวงอาทิตย์มอบให้ แก่ระบบจักรวาลของเรา
 
ผีพุ่งไต้คืออะไร?
        ในขณะที่ เราแหงนมองท้องฟ้าตอนกลางคืน บางครั้งเราจะเห็นลำแสงยาววิ่ง
โค้งผ่านหายวับไปในท้องฟ้า เราเรียกว่าดาวตกหรือผีพุ่งไตซึ่งความจริงก็คือ
ดาวเคราะห์น้อยที่เดินทางโคจรรอบดวงอาทิตย์และบังเอิญหลุดเข้ามาในชั้น
บรรยากาศของโลกเรา จึงถูกแรงดึงดูดของโลก ดึงลงสู่พื้นดินและเนื่องจากการ
โคจรเร็วมากจึงทำให้เกิดการเสียดสีกับชั้นบรรยากาศของโลก เกิดแสงสว่างและ
ความร้อนลุกไหม้กลายเป็นก้อนวัตถุตกลงมายังพื้นซึ่งเราเรียกว่า อุกกาบาต
 
ปีแสงคืออะไร?
        ปีแสงคือ หน่วยที่นักดาราศาสตร์ใช้คำนวณระยะห่างของดวงดาว หมายถึง ระยะทางที่แสงใช้เวลาเดินทางในหนึ่งปีีแสงจะเป็นหน่วยวัดระยะความยาวมิใช่ หน่วย
บอกระยะเวลา แสงมีความเร็วสูงมากสามารถเดินทางได้ประมาณ 300,000 km./s
หนึ่งปีแสง สามารถเดินทางได้ 94,000 ร้อยล้านกิโลเมตร หมายความว่า "หนึ่งปีแสง" มีความยาวเท่ากับ 94,000 ร้อยล้านกิโลเมตร
 
เพราะเหตุใดหัวไม้ขีดไฟจึงจุด ติดไฟ?
        หัวไม้ขีด ที่ใช้จุดไฟจะเคลือบด้วยโปแตสเซียมคลอเรต  เมื่อขีดกับกลัดด้านที่
ีเคลือบฟอสฟอรัสจะทำให้เกิดประกายไฟลุกไหม้ขึ้น เมื่อโปแตสเซียมคลอเรต ได้รับ
ความร้อนก็จะสลายออกซิเจนออกมาช่วยเผาไหม้ซึ่งเป็นคุณสมบัติของออกซิเจนจึง
ทำให้ไม้ขีดมีเสียงดังฟู่ เนื่องจากมีความร้อนและออกซิเจนพอที่ จะจุดไฟติดจึงเกิด
ไฟลุกติดขึ้นมา ส่วนก้านไม้ขีดที่ทำจากไม้เนื้ออ่อนจะผ่านการแช่น้ำมันสนผสม
พาราฟิน ทำให้หัวไม้ขีดลุกไหม้มาที่ก้านง่ายขึ้นและนานกว่า
 
ทำไมจึงควรแช่สับปะรดในน้ำ เกลือก่อนกิน?
        เวลาเรากิน สับปะรดบางครั้งจะรู้สึกชาที่ปาก นี่ก็เพราะเนื้อสับปะรดมีสารชนิด
หนึ่ง ซึ่งระคายต่อเยื่อบุช่องปากและริมฝีปาก เกลือมีผลในการยับยั้ง สารดังกล่าวได้
ดังนั้นถ้าอยากกินสับปะรดให้อร่อยได้รสจึงควรนำไปจุ่มในน้ำเกลือสักครู่ หนึ่งก่อน
 
ทำไมผลไม้สุกจึงหวานกว่าเมื่อ ยังดิบอยู่?
        ผลไม้แต่ละ ชนิดมีน้ำตาลและกรดเป็นส่วนประกอบน้ำตาลในผลไม้เปลี่ยนมา
จากแป้ง  ผลไม้ที่ยิ่งแก่จัดก็ยิ่งมีปริมาณของแป้งมากแต่พอสุกแป้งเหล่านี้ก็จะแปร
สภาพเป็นน้ำตาลสำหรับกรดในผลไม้นั้นเมื่อผลไม้ยิ่งแก่กรดส่วนหนึ่งก็จะ แปรสภาพ
เป็นน้ำตาลเช่นกันและอีกส่วนหนึ่งก็จะทำปฏิกิริยากับสารที่เป็นด่างในผลไม้ ลดความ
เป็นกรดลงด้วยสาเหตุนี้ผลไม้ที่แก่จัดกระทั่งสุกจึงมีกรดน้อยลงและมีน้ำตาล เพิ่มมาก
ขึ้น ทำให้ผลไม้สุกหวานกว่าเมื่อยังดิบ
 
ทำไมผึ้งต่อยคนแล้วตัวต้องตาย?
        ในตัวผึ้ง จะมีเหล็กแหลมแท่งเล็กๆ คล้ายเข็มฝังอยู่ต่อกับท่อปล่อยพิษกับ
อวัยวะภายในของมันไว้สำหรับป้องกันตัวโดยมีปลายข้างหนึ่งคล้ายตะขอโผล่ออก
มาใช้ เกี่ยวติดผิวกายของศัตรูที่มาทำร้ายมันแล้วปล่อยพิษออกจากท่อปล่อยพิษเข้า
ใส่ศัตรู เหล็กในก็จะฝังติดไปกับศัตรู ทำให้ อวัยวะภายในของผึ้งเสื่อมลงเวลาที่มัน
บินหนีตัวก็จะห้อยตกลงมา ผึ้งจึงต้องตายหลังจากที่ได้ต่อยศัตรูแล้ว
 
ทำไมจึงหาวนอน?
        การหาวนอน ทำให้เราได้สูดลมหายใจเข้าไปในปอดได้ลึกๆ เพราะเมื่อร่างกาย
เราขาดก๊าชออกซิเจนจะทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ในช่วงเวลานี้เอง สมองจะสั่งการ
ให้เราหายใจลึกๆ เพื่อสูดก๊าชออกซิเจนเข้าไปในปอดมากๆ และถ่ายก๊าช
คาร์บอนไดออกไซด์ออกมา
 
ทำไมทานอาหารอิ่มแล้วรู้สึก ง่วงนอน?
        ในเลือดมี ก๊าชออกซิเจนกับวิตามินหลายชนิดรวมอยู่ด้วยกันมีหัวใจทำหน้าที่
สูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย อวัยวะส่วนไหน กำลังปฏิบัติหน้าที่
อยู่ก็มีความต้องการใช้เลือดปริมาณมากกว่า เมื่อรับประทานอาหารเข้าไปแล้ว
กระเพาะอาหารก็เริ่มทำงานหนักจึงต้องการ เลือดจำนวนมาก ทำให้จำนวนเลือดใน
สมองลดน้อยลง เราจึงรู้สึกอ่อนเพลียต้องการนอนหลับพักผ่อน

วันพุธที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2554

 

การเรียนรู้excel

Microsoft Excel

การกำหนดจำนวน Sheet ให้ Excel กล่าว นำ
Excel ได้ถูกออกแบบให้ทำงานภายใน Sheet เมื่อเปิดแฟ้ม Excel ขึ้นมาในแต่ละครั้ง Workbook ที่เปิดก็จะพบกับกระดาษแผ่นงาน (Worksheet) หลายแผ่น เรียงกันเป็น Sheet1 Sheet2 ติดต่อกันไป อยู่ในตำแหน่งซ้ายล่างของหน้าต่างโปรแกรม โปรแกรม Excel ที่ติดตั้งครั้งแรกส่วนใหญ่ได้กำหนดจำนวน Sheet ให้มีไว้ 3 Sheet กรณีที่ผู้ใช้ต้องการใช้ Sheet มากกว่าจำนวน Sheet ที่กำหนดไว้ก็ต้องมีการเพิ่ม Sheet มีวิธีที่สามารถกำหนดจำนวน Sheet ให้ Excel ตามความต้องการของผู้ใช้ได้และเมื่อไม่ต้องการให้ Sheet ปรากฏอยู่ในแฟ้มงานก็ให้ลบ Sheet นั้นออกไป
 การเพิ่มจำนวน Sheet
   วิธีที่ 1
ไปที่ เครื่องมือ/ตัวเลือก (รูปที่ 1-1) ที่กรอบตอบโต้ของตัวเลือก ให้กดเลือกแถบเมนูทั่วไป ที่ช่องรายการแผ่นงานในสมุดงานใหม่ กดปุ่มลูกศรขึ้นเพื่อเลือกจำนวนแผ่นงานที่ต้องการให้เพิ่มขึ้นหรือกดปุ่มลูก ศรลงเพื่อเลือกจำนวนแผ่นงานที่ต้องการให้ลดลง (รูปที่ 1-2) กดปุ่ม ตกลง
หลังจาก กำหนดจำนวนแผ่นงานในสมุดงานใหม่ด้วยวิธีนี้แล้วจะมีผลกับการเปิดโปรแกรม Excel ในครั้งต่อไปและสามารถตั้งค่าจำนวน Sheet ได้ สูงสุด 255 Sheet
วิธีที่ 2
ไปที่ แทรก/แผ่นงาน Sheet แผ่นงานใหม่ก็จะเพิ่มขึ้น (รูปที่ 1-3) หรือ เลื่อนลูกศรเมาส์ไปที่ Sheet แผ่นงานปัจจุบัน Clickเมาส์ปุ่มขวาเลือกแทรก กดเลือก แผ่นงาน กดปุ่ม ตกลง (รูปที่ 1-4)
วิธีที่ 3 สามารถ เพิ่มจำนวน Sheet ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการกดปุ่ม Shift+F11 (กดปุ่ม Shift ค้างไว้หลังจากนั้นกดปุ่ม F11 ตาม) วิธีนี้สามารถสร้าง Sheet เพิ่มได้อย่างรวดเร็วและเพิ่ม Sheet ได้มากเกินกว่า 255 Sheet (วิธีที่ 1) แต่การเพิ่ม Sheet มากเกินไปก็จะส่งผลทำให้การโหลด Workbook นั้นมาใช้งานได้ช้าลงไปด้วย
การ ลบ Sheet เมื่อผู้ใช้ไม่ต้องการ Sheet ที่บันทึกไว้ก็สามารถลบ Sheet ดังกล่าวนั้นได้ โดยกดเลือกแถบ Sheet ที่ต้องการลบ คลิกเมาส์ปุ่มขวาเรียกคำสั่งเมนูลัดขึ้นมา กดเลือกลบ โปรแกรมจะให้ยืนยันการลบอีกครั้ง กดปุ่ม ตกลง
การลบหลาย Sheet สามารถทำได้โดยการกดเลือกแถบ Sheet ที่ต้องการลบ ให้กดปุ่ม Shift ค้างไว้หลังจากนั้นให้คลิกเมาส์เลือก Sheet อี่น ๆ ที่ต้องการลบ ตามด้วยการคลิกเมาส์ปุ่มขวาเรียกคำสั่งเมนูลัดขึ้นมา กดเลือกลบ โปรแกรมจะให้ยืนยันการลบอีกครั้ง กดปุ่ม ตกลง
ข้อควรคำนึง โดยปกติ ส่วนใหญ่แล้วโปรแกรม Excel จะมีการแสดงผลใน Sheet ต่าง ๆ ผู้ใช้สามารถเพิ่มจำนวน Sheet หรือลบ Sheet ออกไปได้ ควรมีจำนวน Sheet ที่จำเป็นเท่านั้น Sheet ที่ว่างเปล่า ไม่ได้ใช้ ควรลบออกไป แฟ้มที่มี Sheet จำนวนมากจะส่งผลให้การเรียกแฟ้มนั้นมาใช้งานได้ช้าลงไปด้วย
การนำเครื่องคิดเลขมาไว้ในโปรแกรม Excel
กล่าวนำ
ปกติเวลาจะ เรียกเครื่องคิดเลขมาใช้งานต้องไปที่Start/Program/Accessories/Calculator ทำให้เสียเวลาและต้องเรียกใช้ตามลำดับอย่างนี้ทุกครั้งหลังจากปิดโปรแกรม เครื่องคิดเลขแล้ว เพื่อความสะดวกในการเรียกใช้โปรแกรมดังกล่าวนี้ เทคนิค Excel ในครั้งนี้จึงขอแนะนำวิธีการนำเครื่องคิดเลขมาไว้ในโปรแกรม Excel โดยผู้ใช้สามารถกดปุ่ม สัญญลักษณ์เครื่องคิดเลขในแถบเครื่องมือมาใช้ได้เลย
การเพิ่มแถบเครื่องมือเครื่องคิดเลข 1.ไปที่ มุมมอง/แถบเครื่องมือ/กำหนดเอง (รูปที่ 2-1)
2.
เลือกแถบคำสั่ง ในส่วนของประเภทเลือก เครื่องมือ ในส่วนของคำสั่งด้านขวา เลือก กำหนดเองกดปุ่มเครื่องมือ  ที่เป็นสัญญลักษณ์เครื่องคิดเลขใช้เมาส์คลิกปุ่มนี้ค้างไว้และลากไปวาง ระหว่างกลุ่มของแถบเครื่องมือใน Excel ด้านบนหลังจากนี้เป็นต้นไป โปรแกรมเครื่องคิดเลขจะประดับอยู่คู่กับ Excel ตลอดไป
การลบแถบเครื่องมือเครื่องคิดเลข การออกแบบ ปฏิทินให้มีขนาดพอดีใน 1 หน้ากระดาษแนวตั้ง ในรูปที่ 9 จำเป็นต้องลดขนาดความกว้างของสดมภ์และความสูงของแถวลง ก่อนออกแบบจึงควรมีแบบของปฏิทินในภาพรวมมาเป็นแนวคิดในการจัดการก่อน กล่าวคือ ปฏิทินใน 1 หน้านี้ ควรจะมีขื่อปฏิทินปี มีเดือนทั้ง 12 เดือน วันและวันที่ มีการกำหนดให้แถวแต่ละแถวบรรจุข้อมูลของปฏิทินลงไป
การตั้งค่าความสูงของแถว
ให้ ตั้งค่าดังนี้
แถวที่ 1-4 = 20 แถวที่ 5 = 9 แถวที่ 6 = 3 แถวที่ 77 = 9 แถวที่ 78 = 16
แถวที่ 7-76=16 (ตั้งค่าเป็นขนาด 16 ทั้งหมดก่อน หลังจากนั้น แถวคู่ที่ 8-76 = 3 โดยใช้ F4 ช่วย)

วิธี ปฏิบัติ
ตั้ง ค่าความสูงของแถวที่ 1-4 โดยเลื่อนเมาส์ไประบายเลือกแถว
ที่ 1-4 (คลิกเมาส์ไปยังแถวที่ 1 ค้างไว้ ลากลงมายังแถวที่ 4 กดเมาส์ปุ่มขวา เลือกความสูงของแถว (รูปที่ 3-3) หลังจากนั้นให้ป้อนค่าแถวสูง = 20 (รูปที่ 3-4) กดปุ่ม ตกลง
การ ตั้งค่าความสูงของแถวที่ 5-78 ให้ตั้งค่าตามที่ตั้งไว้ด้านบน ในส่วนของแถวที่ 7-76 ให้ตั้งค่า = 16 ทั้งหมดไว้ก่อน หลังจากนั้นให้เปลี่ยนการตั้งค่าเฉพาะในแถวคู่ตั้งแต่แถว 8-76 = 3 โดยใช้ F4 เป็นตัวช่วยเหลือในการใช้คำสั่งให้วนซ้ำ โดยให้ปฏิบัติดังนี้ เลื่อนเมาส์มากดเลือกแถวที่ 8 ตั้งค่าความสูงของแถวที่ 8 = 3 กดปุ่ม ตกลง ไปที่แถวที่ 10 หลังจากนั้นกด F4 ในส่วนที่เหลือก็ให้ไปที่แถวที่ต้องการและตามด้วยการกด F4 จะได้ผลการตั้งค่าความสูงของแถวตามค่าที่กำหนดไว้ 
 การ ตั้งค่าความกว้างของสดมภ์
ให้ตั้งค่าดังนี้
สดมภ์ที่ A = 0.8 สดมภ์ที่ B = 1 สดมภ์ที่ C = 0.3 สดมภ์ที่ D = 3
สดมภ์ที่ E-AW สลับขนาดระหว่าง 0.3 และ 3 โดยเริ่มต้นที่ 0.3 ก่อน
สดมภ์ที่ AX = 1 สดมภ์ที่ AY = 3

การผสานเซลล์
หลัง จากได้มีการกำหนดค่าของแถวและสดมภ์ จนได้รูปแบบของปฏิทินเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาบ้างแล้ว
ขั้น ตอนต่อไป คือการจัดแนวกลาง (ผสานเซลล์) ให้กับเดือนและปี โดยการระบายแถบทึบจาก D7:P7 กดเมาส์ปุ่มขวาเรียกคำสั่งเมนูลัดขึ้นมา เลือก รูปแบบเซลล์ (รูปที่ 3-8) เพื่อเรียกกรอบตอบโต้ในการจัดรูปแบบเซลล์
ทดลองดูตัวอย่างก่อนพิมพ์
หลัง จากได้วางโครงร่างของปฏิทินได้ส่วนหนึ่ง ให้ไปที่ แฟ้ม/ตั้งค่าหน้ากระดาษ ในส่วนของกรอบตอบโต้ตั้งค่าหน้ากระดาษ คลิกเลือกแถบเครื่องมือ หน้า คลิกเลือกวางแนวตั้ง อัตราส่วนให้ปรับเป็น 90 เปอร์เซ็นต์
หลัง จากนั้นให้คลิกเลือก ระยะขอบ ให้ตั้งค่าดังนี้ ซ้าย = 1.4 ขวา = 0.4 บนและล่าง = 1.5 หัวและท้ายกระดาษ = 0.8 คลิกเลือกจัดกลางหน้ากระดาษ ตามแนวตั้ง กดปุ่มตกลง เมื่อตั้งค่าหน้ากระดาษเสร็จแล้ว ให้ไปที่ 0x08 graphic เพื่อดูตัวอย่างก่อนพิมพ์
การสร้างกล่องคำสั่งผสมและการใช้ฟังก์ชัน INDEX
กล่าวนำ
โปรแกรม Excel มีฟังก์ชันที่ช่วยในการค้นหาและอ้างอิงทางด้านฐานข้อมูลอยู่หลายฟังก์ชัน ที่สำคัญและนำมาใช้บ่อย มี CHOOSE , INDEX , MATCH , OFFSET , VLOOKUP เป็นต้น เทคนิค Excel ในครั้งนี้จะกล่าวถึงการใช้ฟังก์ชัน INDEX นำมาใช้ในการค้นหาฐานข้อมูลของบุคลที่มีอยู่แล้ว โดยการเรียกจากกล่องคำสั่งผสม (Combo Box) สำหรับฟังก์ชันอื่น ๆ จะได้เรียนรู้ในครั้งต่อไป
ฐานข้อมูลที่ใช้ในการค้นหา
ฐาน ข้อมูลที่จะใช้เป็นตัวอย่าง เป็นฐานข้อมูลของลูกค้าของฟาร์มสุกร เพื่อให้สะดวกและมีการจัดการเป็นระบบ ควรแยก sheet กัน ระหว่าง sheet ที่ใช้ค้นหากับ sheet ที่เป็นข้อมูล โดยให้ sheet ที่ใช้ค้นหาอยู่ใน shett1 ส่วน sheet ข้อมูลให้บันทึกไว้ใน sheet2 
 การ จัดการ sheet
 คลิ กเลือก sheet2 บันทึกข้อมูลลูกค้า ให้บันทึกเหมือนกับข้อมูลรูปที่ 5-1
คลิ กเลือก sheet1 สร้างฟอร์มการค้นหาข้อมูลลูกค้า ให้บันทึกเหมือนกับข้อมูลรูปที่ 5-2
กล่องคำสั่งผสม
 หลัก การและแนวทางในการใช้ กล่องคำสั่งผสมจะใช้เป็นเครื่องมือที่ใช้เรียกตัวเลือกหลัก ในที่นี้จะใช้ ชื่อ-สกุล เป็นคีย์หลัก ให้อยู่ในกล่องคำสั่งผสม เมื่อเลือก ชื่อ-สกุล ข้อมูลของบุคคลนั้นก็จะปรากฏออกมา
 การ เรียกใช้กล่องคำสั่งผสม เรียกจากกลุ่มเครื่องมือที่ใช้ในการสร้างฟอร์ม โปรแกรม Excel ส่วนใหญ่จะไม่เรียกคำสั่งกลุ่มนี้มาใช้ กรณีที่ยังไม่มีคำสั่งดังกล่าวนี้ ให้ไปที่ มุมมอง/แถบเครื่องมือ/ฟอร์ม หลังจากนั้นจะมีแถบเครื่องมือที่เป็นปุ่มเครื่องมือในการสร้างฟอร์มเพิ่ม ขึ้น 
 การ ติดตั้งกล่องคำสั่งผสม0x08 graphic ให้เลื่อนเมาส์ไปคลิกที่ปุ่ม นำไปลากและวางลงใน sheet1 ในช่องเซลล์ B6 โดยใช้วิธีการลากและวางตามขนาดที่ต้องการ จะได้เป็นรูปลักษณะนี้ 0x08 graphic
การ ใส่รายการลงในกล่องคำสั่งผสม เลื่อนเมาส์ไปชี้ที่กล่องคำสั่งผสมที่สร้างไว้ คลิกเมาส์ปุ่มขวาเลือกคำสั่งจัดรูปแบบตัวควบคุม  จะปรากฏกรอบตอบโต้รูปแบบวัตถุ ให้ตั้งค่าในแถบป้อนค่าช่วงโดยให้ไปคลิกที่ส่วนขวาสุดที่เป็นรูปหลังจากนั้น ให้ไปคลิกเลือก sheet2 กดเลือกช่วงเซลล์ B5:B18 (กดเลือก B5 ค้างไว้และลากลงมาถึง B18) กดปุ่ม ซ้ำอีกครั้ง ตั้งค่าเชื่อมโยงเซลล์โดยให้ไปคลิกที่ส่วนขวาสุดที่เป็นรูป ในแถวเชื่อมโยงเซลล์ คลิกเลือกเซลล์ A6 (sheet1) กดปุ่มซ้ำอีกครั้ง ตั้งค่าในส่วนของเส้นชีตลงเป็น 14 กดปุ่ม ตกลง 
  การกำหนดชื่อให้กล่องคำสั่งผสม หลังจากได้สร้างกล่องคำสั่งผสมและนำข้อมูลที่เป็น ชื่อ-สกุล มาไว้ในรายการของกล่องดังกล่าวแล้วก็ให้ตั้งชื่อ โดยคลิกเลือกกล่องคำสั่งผสม (คลิกขวาและตามด้วยคลิกซ้าย) ไปที่เมนูแทรก/ชื่อ/กำหนด จะเกิดกรอบตอบโต้ที่ชื่อกำหนดชื่อ ที่ชื่อในแผ่นงานให้พิมพ์คำว่า ชื่อ ลงไป คลิกปุ่ม (ในส่วนของอ้างอิงไปยัง) คลิกเลือก sheet2 และเลือกช่วงเซลล์ C5:K18 กดปุ่ม ซ้ำอีกครั้ง กดปุ่ม ตกลง
 การ ตรวจสอบรายการในกล่องคำสั่งผสม ให้กดลูกศรลงที่กล่องคำสั่งผสมจะมีรายการชื่อปรากฏออกมา
1. ปิดโปรแกรมเครื่องคิดเลข (ถ้าเปิดอยู่)
2. ไปที่ มุมมอง/แถบเครื่องมือ/กำหนดเอง
3. เลือกแถบคำสั่ง ในส่วนของประเภทเลือก เครื่องมือ ในส่วนของคำสั่งด้านขวา เลือก กำหนดเอง
4. ไปที่ แถบเครื่องมีอเครื่องคิดเลข (รูปที่ 2-3) กดเมาส์ค้างไว้หลังจากนั้นลากมาวางไว้ในส่วนของคำสั่งด้านขวาที่กรอบตอบโต้ กำหนดเอง (ไปที่เดิม มาจากที่ไหนก็ไปที่นั่น)
การสร้างปฏิทินด้วย Excel
กล่าวนำ
การสร้าง ปฏิทินด้วย Excel จริง ๆ แล้วไม่ได้ใช้เทคนิคอะไรมากมายเพียงแต่เป็นการจัดการ Sheet ของแถวและสดมภ์ เทคนิค Excel ในครั้งนี้จะได้เรียนรู้ในเรื่อง การกำหนดขนาดความกว้างของแถวและสดมภ์ การซ่อนแถวและสดมภ์ การใช้เครื่องมือ การจัดรูปแบบตัววาดรูป รวมถึงการนำ Function มาใช้ในการจัดการกับแถวและสดมภ์
จำนวนเซลล์ใน Excel
ในแต่ละ Sheet ของ Excel มีจำนวนสดมภ์ (Column) ทั้งหมด 256 สดมภ์ คือ A - IV ขนาดความกว้างของสดมภ์ปกติได้ตั้งค่าไว้คือ 8.43 ส่วนจำนวนแถวมีทั้งหมด 65,536 แถว (Row) คือ แถวที่ 1 - 65,526 ขนาดความกว้างของแถวปกติได้ตั้งค่าไว้คือ 21.75 ดังนั้นในแต่ละ Sheet จะประกอบด้วยเซลล์ที่เกิดจากแถวและสดมภ์มาตัดกันจากแนวนอนและแนวตั้งตาม ลำดับ จำนวนเซลล์จึงมีทั้งหมด = 256 x 65,526 = 16,774,656 เซลล์
ส่วนประกอบของปฏิทิน
เพื่อให้การ ออกแบบปฏิทินใน Sheet เป็นรูปแบบที่ดูดี เรียบร้อย ช่องเซลล์พอดีกับข้อมูลที่บันทึก มีเทคนิคประการแรกที่จะแนะนำเพื่อให้นำไปใช้ได้ กล่าวคือควรมีการวางแผนโดยการกำหนดการแสดงผลของปฏิทิน ให้พอดีใน 1 หน้ากระดาษและควรมีการตั้งค่าหน้ากระดาษไว้ก่อนล่วงหน้า (ตั้งค่าขอบกระดาษ ซ้าย ขวา บน ล่าง กระดาษแนวตั้งหรือแนวนอน เป็นต้น) และให้กรอกข้อมูลชุดแรกลงไปก่อน (รูปที่ 3-1) หลังจากนั้นให้ดำเนินการจัดขนาดความกว้างของแถวและสดมภ์